คิดมาสักพักหนึ่งแล้วว่า อยากจะเขียนพวกแนะนำหนังสือที่อ่านแล้วชอบ ไม่ชอบ
หรืออะไรก็แล้วแต่ วันละนิด เดือนละหน่อยก็คงจะดี พอได้ปริมาณสักเล็กน้อยก็
จะทำเป็นลิงค์ด้านข้าง (Side Profile) ไว้ ยังไม่รู้ว่าจะทำเป็นหรือเปล่าด้วย แต่
นั้นก็ไม่ได้สำคัญเท่าไร
อันที่จริงก็มีลงไว้บ้างแล้ว แต่ไม่ได้เขียนแนะนำประกอบ เพียงแต่เอามา ตัดแปะ
(cut & paste) ไว้เท่านั้นเอง อย่างเช่น
อ่าน(ไม่)เอาเรื่อง
The Oyster
Happy Creepy Stories
Eyes for Expression
ทุกอย่างมันก็ต้องเริ่มจากก้าวแรกใช่ไหม? จะก้าวสั้น ก้าวยาว ก้าวใกล้ ก้าวไกล
ยังไงก็ต้องยกขาแล้วก้าวออกมาก่อน...
หนังสือ ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล ของ วินทร์เล่มนี้เป็นเรื่องราวที่เรียกได้ว่า
"สาร(ะ)พัดสาร(ะ)เพ" ก็เหมือนอย่างชื่อหนังสือของเขาที่ฟังแล้วอาจจะไม่
ค่อยเข้าใจซักเท่าไร เล่มนี้ผู้เขียนกล่าวว่า
"เป็นแว่นขยายรายละเอียดหนังสือรวมเรื่องสั้นและบทความชุด "สิ่งที่มีชีวิต
ที่เรียกว่าคน" ในอีกระดับหนึ่ง"
ถ้าใครเคยอ่านแล้วก็คงเดาออกได้ว่าเป็นหนังสือประเภทไหน แต่หนังสือสองเล่ม
ก็ไม่ได้เป็นภาคต่ออะไรกันหรอกนะ ไม่ใช่ว่าต้องอ่านเรื่อง "สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน"
มาก่อนจึงจะเล่มนี้รู้เรื่อง (ตัวเองก็ไม่ได้อ่านเหมือนกัน)
ขอยกบางส่วนจากคำนำที่ผู้เขียนกล่าวไว้ในหนังสือมาเป็นตัวอย่างประกอบ
"ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล เป็นการค้นหาตัวตนของมนุษย์ ตรึกตรองคำถามเชิง
ปรัชญา อภิปรัชญา ศาสนา จักรวาลวิทยา และอื่นๆ ผ่านวิธีคิดแบบวิทยาศาสตร์
ปลาที่วายในสนามฟุตบอล รวมแนวคิดทั้งตะวันออกและตะวันตกเข้าด้วยกัน แนว
คิดหลายเรื่องถ่ายทอดมาจากหนังสือฝรั่งหลายเล่ม โดยเฉพาะมุมมองทางวิทยา-
ศาสตร์ มิใช่เพราะเห็นว่าความคิดของฝรั่งถูกต้องไปเสียหมด แต่ต้องการให้เกิด
การสันดาปทางความคิด ทั้งนี้เพราะหนังสือแนววิทยาศาสตร์ ดาราศาสตร์เหล่านี้
มิได้แพร่หลายวงกว้างในบ้านเรา"
แต่อย่าเพิ่งตกใจ ทำหน้าแหย แม้ว่าจะฟังดูเครียดแต่จริงๆแล้วไม่ได้เป็นตำราถก
ปัญหา สาธยายโลก จักรวาลล้านแปด คำถามทีไม่มีคำตอบ ปวดสมองแต่อย่างใด
วินทร์เขียนหนังสือได้น่าสนใจและเป็นแนวสนุก สไตล์ไม่เครียด เชื่อว่าแม้แต่เด็ก
อย่างม. ต้น- ม. ปลาย ก็คงจะชอบอ่านกัน
หนังสือเล่มนี้โฆษณาทั้งด้านหน้าและหลังปกว่าเป็นหนังสือในโครงการ เติมหัวใจ ใส่
ห้องสมุด บริจาคเข้าห้องสมุดทั่วประเทศ
ลองซื้อมาอ่านกันเถอะคะ เป็นหนังสือดี กระตุ้นความคิด บางเรื่องก็ไม่ได้เห็นด้วยกับ
ผู้เขียนเท่าไร แต่มันก็ไม่ใช่เป็นเรื่องผิดหรือถูก อีกทั้งหนังสือประเภทนี้ก็ไม่ค่อยมี
เขียนกันเท่าไรในบ้านเรา ส่วนเรื่องราคา ถ้าเทียบกับคุณภาพของหนังสือเองแล้ว รวม
กับเนื้อกระดาษและความหนา ก็เหมือนได้ฟรี หรือจะลองเข้าไปเยี่ยมชมเวบไซต์ของ
คุณวินทร์ ก่อนก็ได้ที่ Winbookclub ในนี้จะมีบทความออนไลน์ให้อ่าน หรือบางตอน
ของหนังสืออ่านฟรีอีกด้วย อ้อ แล้วก็สั่งซื้อหนังสือผ่านเวบนี้ได้อีกต่างหาก ส่งถึงบ้าน
ลดถูกกว่าร้านทั่วไปและได้ลายเซ็นผู้เขียนอีกด้วย โอ้โห อะไรจะขนาดนั้น ไม่ได้ค่าโฆษ-
ณาอะไรหรอกนะ แต่ว่าเป็นหนังสือดีเล่มหนึ่ง ก็อยากบอกต่อๆกัน
บางส่วนจากตอน มดกับคนที่ริมสนาม: สองปลายของตาชั่งแห่งขนาดและเวลา
"ทุกครั้งที่ดูมดขนเมล็ดข้าวหรือใบไม้ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวมันมาก ผมนึกถึงคนที่
ทำงานไปบ่นไป มดซึ่งทำงานหนักกว่า (เมื่อเทียบกับสัดส่วนคน) ไม่เคยบ่นสักคำ
นึกสงสัยเสมอว่าสัตว์ที่มีแขนขาลีบเล็กเช่นนั่นสามารถทำงาน "ใหญ่" เช่นนั้นได้
อย่างไร ใครเป็นผู้ออกแบบโครงสร้างชีวิตที่แสนซับซ้อนเช่นนั้น?
เมื่อเทียบสเกลระหว่างมดกับเมล็ดข้าวที่มันแบก กับสิ่งที่คนเราสามารถแบกหาม
จะพบว่าเป็นอัตราส่วนที่ไม่สมดุลกัน หากสัตว์โลกเราสามารถรับแรงในอัตราส่วน
เดียวกับมด มนุษย์เราคงสามารถแบกเสาไฟฟ้าขนาดใหญ่ได้ต้นหรือสองต้น แต่
มนุษย์ที่แข็งแรงคนหนึ่งแบกได้เพียงข้าวสารกระสอบเดียว
เพราะเรามักใช้มาตรฐานของตัวเองในการวัดทุกอย่าง?
ผมมักพิศวงงานของศิลปินจีนที่สลักบทกวีลงบนเส้นผมของมนุษย์เล็กจนต้องใช้
กล้องจุลทรรศน์อ่าน
แต่หากย่อตัวเราลงไปเท่าตัวแบคทีเรีย และมองดูงานสลักชิ้นนั้น เราคงพบว่าผล
งานนั้นช่างหยาบเหลือเกิน เช่นเดียวกับเมื่อเรามองภาพบิลบอร์ดขนาดยักษ์ในระยะ
โคลสอัพย่อมเห็นรอยหยาบของภาพ ทั้งที่งานชิ้นเดียวกันนั้นสวยงามและคมชัดเมื่อดู
แต่ไกล"
ปลาที่ว่ายในสนามฟุตบอล
วินทร์ เลียววาริณ
จัดจำหน่ายโดย บริษัท อมรินทร์บุ๊คเซ็นเตอร์ จำกัด
ราคา 215 บาท
ISBN: 974-91872-4-5
Posted at 02:10 am by
TurtleBlog