หมดจิตหมดใจจะใฝ่ฝัน
Thursday, January 29, 2004
หมดจิตหมดใจจะใฝ่ฝัน การสร้างสรรค์ย่อมสิ้นแผ่นดินหมอง
กลัวน้ำตาไหลหลั่งดั่งน้ำนอง ก็จะต้องเห็นแก่ตัวชั่วนิรันดร์
ไม่อาจไปถึงได้โดยไม่ก้าว กอดดวงดาวไม่ได้หากไร้ฝัน
จิตแกร่งเพราะใจกล้าประจัญ การสร้างสรรค์เรียกร้องต้องอดทน
การเป็นคนที่ดีชีวิตหนึ่ง ก็ต้องซึ้งแสบพ่ายอยู่หลายหน
บททดสอบย่อมสร้างวีรชน และทำร้ายหลายคนเสมอมา
เธอจึงรู้สึกว่าถ้าใฝ่ฝัน ชั่วชีวันจำเจแสนเหว่ว้า
หมดเสียแล้วรอยยิ้มลิ้มน้ำตา คล้ายกับว่าชีวิตผิดผู้คน
มันก็น่าเห็นใจอยู่ไม่น้อย ที่ต้องคอยจุดไฟในคืนหม่น
คอยออกปากฝากรักประชาชน จนตัวตนตกต่ำอยู่ร่ำไป
ขณะเพื่อนหลายคนเริ่มบ่น เธอกลับต้องเชื่อมั่นถึงวันใหม่
ขณะเพื่อนเลิกเป็นเพื่อนเฉือนหัวใจ ต้องแน่นหนักรักใคร่ประชาชน
แล้วเมื่อทุกข์หัวใจใครจะเห็น กลายเป็นศพเน่าเหม็นใครจะหม่น
ก็คงมีคนไทยไม่กี่คน มาท่องบ่นความดีวีรกรรม
ความรู้สึกท้อแท้บังเกิดได้ และมิใช่ความผิดความคิดต่ำ
ทุกคนเมื่อหนาวเหน็บก็เจ็บจำ ทุกคนเมื่อเจ็บช้ำชักท้อใจ
แต่คนที่ผิดหวังแล้วยังสู้ ก็คือผู้โลกพร้อมจะยอมให้
ไม่ใช่คนแปลกประหลาดประการใด และมิใช่มีแต่กลุ้มสุมกมล
จริงอยู่บางครั้งยังเหว่ว้า จริงอยู่หลั่งน้ำตามาหลายหน
แต่ไม่จริงที่ว่าประชาชน จะมีเพียงคนสองคนบนดวงดาว
คัดลอกจาก ยังดี วจีจันทร์
Posted at 04:18 pm by
TurtleBlog